ประวัติ และพระเครื่องยอดนิยมของ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช
แนะนำเว็บนี้ให้เพื่อน
 ต้องการส่ง Email ไปหา:
เรื่องเด่น ประเด็นร้อน
หน้าแรก 
เที่ยวเมืองโบราณ
บูชาพระเครื่อง
พระเกจิชื่อดัง
พระใหม่มาแรง
 คุยเฟื่องเรื่องพระ
ฝากข้อความถึงเรา
รู้จักกับเรา
เพื่อนบ้านพิเศษ
      สมเด็จพระสังฆราชแห่งกรุงรัตโกสินทรEงคEีE๑๙ ทรงเป็นบุคคลสำคัญพระองคEนึ่งของชาติไทย พระประวัติของพระองคE นอกจากจะฉายภาพความงดงามด้วยศีลาจาวัตร อันเป็นความงามที่ประจักษEก่คนทั้งปวง สมกับที่ทรงเป็นสังฆบิดรและเป็นที่สักการะของพระบรมวงศานุวงศE ตลอดจนเป็นที่เคารพบูชาของพุทธศาสนิกชนแล้วพระเมตตาและพระกรุณาอย่างยิ่ง ตลอดจนพระปรีชาสามารถด้านพระศาสนายังเป็นสิ่งที่สมควรเผยแพร่ให้ทราบเป็นการกว้างขึ้น

      สมเด็จฯ    ทรงเป็นแบบอย่างด้วยการกินอยู่ง่าย ไม่มีพิธีรีตองเหมาะแก่อัตตะภาพของสงฆEดังเช่นครั้งหนึ่ง เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปประกอบพิธียกฉัตรพระธาตุจอมกิตติ ทีEอ.เชียงแสน จ.เชียงราย สมเด็จฯเสด็จไปถึงก่อนเพื่อทรงเป็นประธานสงฆEนพิธี ได้เวลาที่ต้องเสวย สมเด็จฯก็ทรงนั่งลงตรงที่เขาจัดถวายใต้ร่มไม้ที่ลานพระธาตุและเสวยจากบาตร เช่นเดียวกับพระธุดงคEูปอื่น E

      สมเด็จฯทรงเจริญกรรมฐานในทุกโอกาสที่ทำไดE มักเห็นจนเป็นภาพชินตา ที่สมเด็จฯประทับบนอาสนEัวแถว พระสงฆE ทรงสมณศักดิEคอยเวลาที่จะเริ่มพิธี สมเด็จฯประทับนิ่งอยู่ในท่านั่ง พระเนตรหลับ พระกายตรง ไม่ไหวติง ไม่โอนเอน พระพักตรE่อความสงบ ครั้นถึงเวลาพิธีเริ่ม สมเด็จฯก็จะทรงลืมพระเนตรและทรงปฏิบัติ พระภารกิจตามปกติได้ทันทีโดยราบรื่น และด้วยศีลาจรรยาวัตรที่ทรงเคร่งครัดต่อพระธรรมพระวินัยมาโดยตลอดนั้นนับได้ว่า องคEมเด็จฯเป็นทรงเป็นพระประมุขแห่งสงฆEดยแท้จริง





ในสมัยทรงพระเยาวE/FONT>
      สมเด็จพระญาณสังวร เมื่อทรงเป็นพระเยาวEดยเป็นเด็กชาย เจริญ คชวัตร นั้น ท่านมีน้องชายอีก Eคนคือ จำเนียร กับ สมุทร สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ทรงเป็นชาวเมืองกาญจนบุรีโดยกำเนิด ประสูติ ณ.บ้านเลขทีE ๓๖Eถนนปากแพรก ตำบลบ้านเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อวันศุกรE ขึ้น Eค่ำ เดือน ๑๑ ปีฉลู ตรงกับวันทีEEตุลาคม พุทธศักราช ๒๔๕๖
      สมเด็จฯมีโยมบิดาชื่อ น้อย คชวัตร และโยมมารดาชื่อ กิมน้อย คชวัตร ท่านน้อย คชวัตร โยมบิดาของสมเด็จฯ ได้เล่าเรียนและอุปสมบท เป็นพระภิกษุ ณ วัดเทวสังฆาราม(วัดเหนือ) Eพรรษา ภายหลังโยมบิดาลาสิกขาก็รับราชการ เริ่มจาก เสมียนอำเภอเมือง กาญจนบุรี แล้วเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้รั้งปลัดขวา อำเภอวังขนาย จากนั้นก็ย้ายไปเป็นปลัดอำเภอ อัมพวา ครั้นเจ็บป่วย จึงกลับมารักษาตัวทีEกาญจนบุรี และถึงแก่กรรมด้วยอายุเพียง ๓๘ (ขณะนั้นสมเด็จฯ ทรงมีอายุเพียง Eขวบ) หลังจากโยมพ่อถึงแก่กรรมครอบครัวลำบากมาก ส่วนสมเด็จฯนั้นโยมป้าชื่อ เฮง ขอไปอุปการะเลี้ยงดู และให้เรียนหนังสือจนจบประถม E








เมื่อสมัยเป็นพระพี่เลี้ยงในหลวง ในครั้งทรงผนวช

      ท่านเริ่มเข้าโรงเรียนเมื่อ Eขวบ ณ.โรงเรียนประชาบาล วัดเทวสังฆาราม สมเด็จฯ เมื่อเป็นเด็กสุขภาพไม่ดี เจ็บไข้ตลอดมา ญาติผู้ใหญ่จึงบนว่าถ้าหายดีเป็นปกติ จะให้สมเด็จฯบวชแก้บน ต่อมาจึงหายเป็นปกติ เมื่อแรก บรรพชาเป็นสามเณร อายุประมาณ ๑๓ ปี ที่วัดเทวสังฆาราม (วัดเหนือ) กาญจนบุรี พระครูอดุลสมณกิจ (พุทธโชติ ดี) เจ้าอาวาสวัดเทวสังฆารามเป็นพระอุปฌายEพระครูนิวัฐสาจารยEสุวัณโชติ เหรียญ) เจ้าอาวาสวัดศรีอุปลาราม (วัดหนองบัว) เป็นพระอาจารยEห้สมณและศีล
       วันทีE๒๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๐  หลวงพ่อจึงพาสมเด็จฯ ไปฝากกับท่านพระครูสังวรวินัย (อาจ) เจ้าอาวาสวัดเสน่หา จ.นครปฐม ได้เริ่มเรียนบาลีไวยากรณE แต่พรรษานั้นจะด้วยสิ้นความรู้ครูอาจารยEนสำนักดังกล่าวหรือชั้นเรียนมีเพียงเบื้องต้นเท่านั้นก็เป็นไดE ครูที่สอนบาลีซึ่งเป็นพระมหาเปรียญไปจากวัดมงกุฎกษัตริยารามจึงแนะนำว่าควรไปศึกษาต่อ ณ.วัดมงกุฎฯ ความเรื่องนี้รู้ถึงหลวงพ่อวัดเหนือ จึงวินิจฉัยว่าควรจะไปเรียนที่วัดบวรนิเวศวิหาร หลวงพ่อมีความคุ้นเคยต่อพระอารามหลวงแห่งนี้เป็นอย่างดี ตั้งแต่พระเณรสามัญจนถึงเจ้าคณะ แม้พระราชทินนามของหลวงพ่อพระครูทีE “อดุลยสมณกิจEนั้น สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวิชรญาณวโรรส ยังเป็นผู้ทรงคิดขึ้นประทาน



เหรียญรุ่นแรก(หน้า)



เหรียญรุ่นแรก(หลัง)



รูปหล่อปี ๔๓ (ที่ทรงอนุญาติให้จัดสร้าง)


          สมัยที่สมเด็จฯ จะเริ่มเข้าเรียนที่วัดบวรฯนั้น สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรสสิ้นพระชนมEล้ว ทั้งเป็นสมัยของพระสมเด็จ พระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศE ทรงครอง หลวงพ่อวัดเหนือจึงพาสมเณรมาเข้าเผ้า และถวายตัวในพรรษา พ.ศ.๒๔๗๒ เจ้าพระคุณสมเด็จโปรดให้อยู่ในความดูแลของ พระครูพุทธมนตEรีชา (เฉลิม ป.ธ.E) เจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราชเจ้าฯ ได้ประทานนามฉายาว่า สุวัฑฒโน อันเป็นพระนามฉายาตลอดมาถึงเมื่อทรงเป็นพระสังฆราช องคEีE๑๙

     ผลการเล่าเรียนของสมเณรใหม่วัดบวรฯรูปนีEมีความเจริญก้าวหน้าเป็นลำดับ
      พ.ศ. ๒๔๗๒   อายุ ๑๗ ปี   ทรงสอบได้นักธรรมตรี
      พ.ศ. ๒๔๗๓   อายุ ๑๘ ปี   ทรงสอบได้นักธรรมโท
      พ.ศ. ๒๔๗๕   อายุ ๒๐ ปี   ทรงสอบได้นักธรรมเอก และเปรียญ Eประโยค
      พ.ศ. ๒๔๗๖ เป็นปีที่สมเด็จฯอายุครบ อายุ ๒๐ ปีบริบูรณEจึงได้กลับไปอุปสมบท ณ.วัดเทวสังฆาราม กาญจนบุรี พระครูอดุลยสมณกิจ (พุทธโชติ ดี) เจ้าอาวาสเป็นพระอุปฌายEพระครูนิวัฐ สมาจารยEสุวัณโชติ เหรียญ) เจ้าอาวาสวัดศรีอุปลาราม เป็นพระกรมวาจาจารยEและพระปลัดหรุง เจ้าอาวาสวัดทุ่งสมอ เป็นพระอนุสาวนาจารยEภายหลังอุปสมบทแล้ว สมเด็จฯอยู่จำพรรษาอยู่ทีEวัดเทวสังฆาราม ๑พรรษา ได้ช่วยสอน พระปริยัติธรรมตลอดพรรษานั้น
      และก่อนหน้าที่สมเด็จพระญาณสังวรฯ จะกลับคืนสู่กาญจนบุรี ในฐานะสมเณรเปรียญ Eประโยค เพื่ออุปสมบทกรรม ณ วัดเทวาสังฆารามหนึ่งพรรษา สามเณรรูปนีE ได้ถวายตัวต่อสมเด็จพระสังฆราชและสำนักยังวัดบวรนิเวศ มาแต่ปี พ.ศ. ๒๔๗๒ เปรียญ Eประโยคแรก ก็เป็นผลจากการศึกษาเล่าเรียนที่วัดบวรฯ นั่นเอง ครั้นภายหลังบวชซ้ำที่วัดนี้เมื่อวันทีE๑๕ กุมภาพันธE๒๓๗๖ สมเด็จพระสังฆราชเจ้าฯ ครั้งนั้นเป็นสมเด็จพระวชิรญาณวงศEในขณะนั้น) เป็นพระอุปฌายEพระรัตนธัชมุณี เป็นพระกรรมวาจาจารยEวัดบวรวิหาร จึงเป็นสำนักทีEnbsp;Eจากสำนักเดิม วัดเทวสังฆาราม ของสมเด็จฯ



สมเด็จสมโภชนE๒๐๐ปี



สมเด็จสมโภชนE ๒๐๐ปี

      ผลการศึกษาพระปริยัติธรรมของพระองศE/FONT> เจริญก้าวหน้าโดยลำดับ
      พ.ศ. ๒๔๗๖    อายุ ๒๑ ปี    ทรงสอบได้เปรียญ  Eประโยค
      พ.ศ. ๒๔๗๗    อายุ ๒๒ ปี   ทรงสอบได้เปรียญ  Eประโยค
      พ.ศ. ๒๔๗๘    อายุ ๒๓ ปี   ทรงสอบได้เปรียญ  Eประโยค
      พ.ศ. ๒๔๘๑    อายุ ๒๖ ปี    ทรงสอบได้เปรียญ Eประโยค
      พ.ศ. ๒๔๘๔    อายุ ๒๙ ปี   ทรงสอบได้เปรียญ  Eประโยค
      และนอกเหนือจาก พระองคEังใส่พระทัยขวนขวาย แสวงหาความรู้โดยลำพังพระองคEองในทางภาษาเช่น ระหว่าง พ.ศ. ๒๓๗๗-๒๓๗๘ ทรงศึกษาภาษาอังกฤษ และสันสกฤษกับสวามี สัตยา นันทบุรี เวทานตประทีป หรือศึกษาภาษาเยอรมันและฝรั่งเศสในเวลาว่างยามกลางคืน จากครูคฤหัสที่ถวายความรู้เป็นการเฉพาะ
      และเรื่องหนึ่งที่ใคร่กล่าวในท้ายสุด คือ การสร้างพระบูชาและพระเครื่องด้วยพระองคEองก็ดี ทรงประทานพระอนุญาตให้วัดหรือองคEรและสถาบันต่าง Eใช้พระนามด้วยอักษรย่อ ญสส. ประดิษฐาน ณ วัตถุมงคลนั้นก็ดี และแม้ได้รับการกราบทูลเป็นประธานพิธีสงฆEพื่อจุดเทียนชัยในพิธีสร้างวัตถุมงคล ควรเข้าใจว่า เป็นฯไปโดยพระเมตตาสถานเดียว หาได้ทรงเกี่ยวข้องในสิ่งที่เรียกว่า “พุทธพาณิชยE ไมEBR>       การสร้างพระพุทธรูปบูชารวมทั้งพระเครื่องนั้น กล่าวตามพระบาลีก็ว่าเป็นอุเทสิกเจดียEังให้เกิดความระลึกในพระพุทธคุณ พระธรรมคุณและพระสังฆคุณ จริงอยูEวัตถุมงคลนั้น Eผู้มาของประทานพระเมตตาให้ทรงเป็นเป็นประธานพิธี ก็ด้วยหวังกุศลสาธารณะ ซึ่งทรงอนุโมทนาและทราบว่าปัจจัยที่มีผู้ถวายในการนั้น Eก็ประทานแก่ผู้มาขอพึ่งพระบารมีในทางจะหารายไดE สมทบทุนทำกุศล ไปใช้ในกิจกุศลนั้น
      พระอัธยาศัยที่ถ่อมพระองคEาตลอดและทรงวัตรปฏิบัติเยี่ยงสาวกที่ดี ดูจะไม่โปรดต่อการที่ใครจะกล่าวว่า “ทรงปลุกเสกพระพุทธรูปE เลย การนี้น่าจะพ้องกับมติของเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารยEต พรหมรังษี ที่ถือว่าบรรดาพระบูชา พระเครื่องเมื่อปรากฎเป็นรูปร่างแล้ว ว่าเป็นพระโดยเจตนาของผู้ปั้นผู้จำเป็นหลัก ดังคราวหนึ่งเข้าประคุณสมเด็จโตรับนิมนตEปบ้านโยมที่เข้าใจว่าคงมีพระพุทธรูปที่ปั้นหรือหล่อ หากแต่ยังมิได้เข้าพิธีกรรม เจ้าประคุณสมเด็จโตนั่งประนมมือไหวEทำให้เจ้าบ้านถาม ท่านจึงตอบว่า “เพราะฉันเข้ามาในเขตอุปจารจEEBR>      โดยเหตุนีE สำหรับพระจรรยาของสมเด็จพระญาณสังวรฯ เมื่อรับอาราธนาให้ประกอบพิธีที่เรียกว่า “ปลุกเสกE คำที่โปรดให้ใช้กลับเป็น “อธิษฐานจิตEคือ น้อมระลึกถึงพระรัตนตรัย เป็นอาทิและถ้าลองศึกษาดูว่าพระองคEริ่มต้องทำหน้าที่เช่นนี้เมื่อไร จากการค้นเอกสารเกี่ยวกับการดังกล่าวเข้าใจว่าน่าจะเป็นปี พ.ศ.๒๕๐๖ ที่สร้างพระพุทธรูป ภปร. เป็นครั้งแรกที่วัดเทวสังฆาราม โดยทางวัดของพระราชทานพระบรมราชานุญาตใช้อักษรย่อพระปรมาภิไธย ประดิษฐานที่พระพุทธรูป เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐินต้น ณ วัดเทวสังฆาราม กาญจนบุรี


พระไพรีพินาศ(หน้า)



พระไพรีพินาศ(หลัง)



พระสมเด็จศาสดา(หน้า)



พระสมเด็จศาสดา(หลัง)

      จากนั้นสมเด็จพระญาณสังวรฯ จึงมีผู้กราบทูลอาราธนาให้อธิษฐานจิตหลายครั้งหลายคราวเนื่องจากทราบว่าพระองคE ไม่เพียงเป็นเลิศในทางพระปริยัติ หากแต่ในทางปฏิบัติกรรมฐานก็ทรงบำเพ็ญเพียรภาวนาอยู่เนือง Eด้วยวิธีอานาปานสติพร้อมเจริญภาวนาพุทโธ กับวิธีกายคตานุสติบ้าง
      ถ้าสังเกตดูจากการที่มีผู้เข้าเผ้า ณ พระตำหนักคอยท่าปราโมช คณะเหลืองรังษี เมื่อผู้ขอเผ้าจะทูลลา โดยมากจะทรงประทานหนังสือธรรมะอันเป็นพระนิพนธE หากประทานพระเครื่องก็ประทานพร้อมกับหนังสือทุกคราวไป อาจจะทรงมุ่งหมายให้มีพระเครื่องติดตัว ขณะที่หวังว่ามีพระธรรมติดใจ
      ทรงรับสั่งสรรเสริญความมีปัญญา ถ้ามีปัญญาย่อมสำเร็จประโยชนEแก้ไขปัญหาไดEถึงคราวอับจนบางครั้ง ปัญญาย่อมพาตนรอดพ้นภัยไดEเพราะศาสนาพุทธเป็นศาสนาแห่งปัญญา

      
 
 
สวัสดีครับ
   ตุ๊กแก
      ทางทีมงานพระเครื่องไทย ขอขอบพระคุณพี่เอก แห่งเอกพระเครื่องที่เอื่อเฟื้อข้อมูลและภาพวัตถุมงคล



ขอขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมเรา