ประวัติหลวงปู่ทิม อิสริโก วัดละหารไร่ จ.ระยอง
Click! เลยรอท่านอยู่
เรื่องเด่น ประเด็นร้อน
หน้าแรก 
เที่ยวเมืองโบราณ
บูชาพระเครื่อง
พระเกจิชื่อดัง
พระใหม่มาแรง
 คุยเฟื่องเรื่องพระ
จุดสังเกตพระเครื่อง
ฝากข้อความถึงเรา
รู้จักกับเรา


กระทู้เล่าประสบการณ์
การประมูลพระเครื่อง
รวมกระทู้ถาม-ตอบ
รวมกระทู้เช่า-บูชา
เชิญฝากสมุดเยี่ยม
รวมกระทู้ถาม-ตอบ(เก่า)
รวมกระทู้เช่า-บูชา(เก่า)
สนทนาสด ๆ พระเครื่อง


      ชาติกำเนิดหลวงปู่ทิม เดิมชื่อทิม นามสกุล งามศรี เป็นบุตรของ นายแจ้ นางอินทร์ งามศรี หลวงปู่ทิมท่านเป็นพระสันโดษ สมถะ ไม่ชอบสะสมสิ่งของใด ๆ เลย ภายในห้องของท่าน ไม่มีสิ่งของมีค่าอันใดวางอยู่เลย มีแต่เตียง เสื่อเก่า ๆ และหมอนหนุนศีรษะ หนึ่งใบ เท่านั้น ไฟฟ้าก็ไม่มี อาหารท่านก็ฉันเพียงมื้อเดียวจริง ๆ มีข้าว พริก และเกลือ บางครั้งก็มีถั่วฝักยาวเพิ่มขึ้นเท่านั้น ส่วนอาหารประเภทเนื้อสัตว์ ซึ่งแม้แต่นมท่านก็ไม่เคยฉันเลย บุหรี่หรือยังสูบท่านก็ไม่แตะต้อง
      ปกติท่านมีอารมณ์ดี นั่งยิ้มรับแขกอยู่ตลอดเวลา แต่ท่านไม่ช่างพูด ท่านเป็นพระที่สันโดษ ตัดออกจากความโลภ โกรธ หลง และกิเลสทั้งปวงแล้ว

หลวงปู่ทิม อิสริโก

      สมัยท่านยังเป็นเด็ก  มีนิสัยชอบเป็นพรานคะนองออกเที่ยวล่าสัตว์ แต่มิได้นำมาเพื่อเป็นการค้า แต่นำเอามาเลี้ยงชีวิตและครอบครัว เรื่อย ๆ มาจนกระทั่งอายุได้ ๑๙ ปี ท่านจึงถูกคัดเลือกเข้าเป็นลูกหมู่หรือทหารประจำการในสมัยนั้น อยู่ที่กรุงเทพฯ ถึง ๔ ปีเศษ จึงได้รับการปลดปล่อยกลับมาอยู่ที่บ้านตามเดิม และเมื่อกลับมาอยู่บ้านแล้ว บิดาของท่านจึงได้ขออนุญาตและจัดการอุปสมบทให้เป็นพระภิกษุ
      หลวงปู่ทิมท่านอุปสมบทเมื่อวันที่ ๗ เดือน มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๙๙ ตรงกับปีมะแม เดือน ๖ วันเสาร์ ขี้น ๗ ค่ำ โดยมีพระคุณเจ้าท่านพระครูขาว วัดทับมา เป็นพระอุปัชชาย์ และพระอาจารย์สิงห์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ณ พัทธสีมา วัดละหารไร่ จ.ระยอง ได้ฉายาสงฆ์ว่า “อิสริโก”

      เมื่อท่านบวชได้ครบ1พรรษาแล้ว ท่านได้ขออนุญาตและนมัสการกราบลาอาจารย์ออกธุดงค์ไปหลายจังหวัดเป็นเวลา ๓ ปี ครั้นใกล้เทสกาลเข้าพรรษา ท่านก็กลับมาถึงจังหวัดชลบุรี และท่านก็ได้จำพรรษาที่วัดนามะตูม เป็นเวลาถึง ๒ พรรษา
      ท่านได้ออกไปเที่ยวเล่าเรียนวิชากับเกจิอาจารย์หลาย ๆ อาจารย์ด้วยกัน ที่เป็นพระภิกษุก็มี เป็นฆราวาสก็มี เช่น โยมเริ่ม โยมรอด และโยมสาย ทั้งสามคนนี้เป็นฆราวาสที่มีวิชาอาคมสูง เป็นที่นับถือของชาวบ้านแถบนั้นมาก นอกจากนั้นท่านก็ยังได้ไปเรียนวิชาอาคมกับพระเกจิอาจารย์อีกหลายรูป และได้รับตำราโบราณตกทอดมาจากหลวงปู่สังข์เฒ่า เจ้าอาวาส วัดเก๋งจีนในสมัยนั้น



หลวงปู่ทิม บนหอฉันหลังเก่า 


หอฉันมหาอุตตโม 


      หลวงปู่สังข์เฒ่า รูปนี้เป็นปู่แท้ ๆ ของหลวงปู่ทิมและเป็นปรมาจารย์ผู้เรืองอาคมอย่างยิ่งในสมัยนั้น หลวงปู่สังฆ์เฒ่ารูปนี้แหละเป็นผู้ก่อตั้งวัดละหารไร่ขึ้นเป็นพระที่เรืองวิชาอาคมมาก ขนาดน้ำลายที่ท่านถมออกมา ถ้าหากถูกพื้นตรงไหนแล้วพื้นก็จะแตกทันที
      เมื่อทางจังหวัดได้ทราบถึงความเก่งกล้าในวิชาอาคมของท่าน จึงได้นิมนต์ท่านมาอยู่ที่วัดเก๋งจีน และได้สร้างพระเนื้อตะกั่ววัดเก๋งจีนขึ้นไว้เป็นจำนวนมาก ส่วนบรรดาตำราและวิทยาการต่าง ๆ หลวงปู่สังฆ์เฒ่าท่านได้ทิ้งไว้ที่วัดละหารไร่ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วหลวงปู่ทิมก็ได้ศึกษามาจากตำราของหลวงปู่สังฆ์เฒ่านี้มาโดยตลอดหลวงปู่ทิมเกิดที่บ้านหัวทุ่งตาบุตร หมู่ที่ ๒ ตำบลละหาร อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง มีพี่น้องร่วมท้อง เดียวกันเป็นชาย ๓ คนหลวงปู่ทิมเป็นคนที่ ๒ เกิดปีเถาะ วันศุกร์เดือน ๗ ตรงกับวันที่ ๑๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๒๒


พระอุโบสถ



ศาลาการเปรียญ


      เมื่อหลวงปู่ทิมมีอายุได้ ๑๗ ปี บิดาของท่านได้นำตัวหลวงปู่ไปฝากไว้กับท่านพ่อสิงห์ ที่วัด ได้เล่าเรียนหนังสือกับท่านพ่อสิงห์พระอาจารย์ เป็นระยะเวลา ๑ จนกระทั่งหลวงปู่ทิมมีความสามารถเรียนรู้ได้ อ่านได้คล่องแล้ว บิดาของหลวงปู่ได้ไปกราบนมัสการท่านพ่อสิงห์ ขอลาหลวงปู่ทิมกลับมาอยู่บ้านเช่นเดิม หลวงปู่ท่านก็ได้ช่วยพ่อแม่ทำงานแลหาเลี้ยงพ่อแม่ตาวิสัยลูกที่ดี มีความกตัญญูกตเวที รู้จักปฎิบัติพ่อแม่ด้วยดีตลอดเวลา พอท่านอายุได้ ๑๙ ปี หลวงปู่ถึงได้ถูกคัดเลือกเข้าเป็นทหารประจำการอยู่ที่กรุงเทพฯ จนครบ ๔ ปีเศษ หลังจากปลดทหารแล้ว บิดาท่านได้อุปสมบทให้ท่าน ตามที่ได้กล่าวมาแล้ว
      ท่านได้เรียนวิปัสสนากรรมฐานกับอาจารย์หลายอาจารย์ด้วยกัน จนท่านมีวิชาอาคมเก่งกล้ามาก ต่อมาท่านได้รับการแต่งต้งให้เป็นเจ้าอาวาสอยู่ที่วัดละหารไร่ ท่านก็ได้ก่อสร้างเสนาสนะ บูรณะซ่อมแซมกุฎิและอื่น ๆ อีกหลายอย่างพร้อมด้วยญาติโยมทั้งหลายก็มีความเลื่อมใส่ต่อท่านมาก เพราะท่านเป็นพระที่สมถะสำรวม เคร่งในธรรมะและวินัยเป็นที่น่าเคารพมาก


พระกริ่งชินบัญชร


ก้นทองคำ(หลัง)


         ท่านได้ชักชวนชาวบ้านและญาติโยมทั้งหลายก่อสร้างพระอุโบสถขึ้น ๑ หลัง ประมาณปีเศษ ๆ ก็สร้างเสร็จ และผูกพัทสีมาเรียบร้อยภายในปีนั้น และต่อมาท่านจึงได้ก่อสร้างโรงเรียนประชาบาลขึ้นอีก ๑ หลัง โดยที่ทางอำเภอและจังหวัดร่วมด้วยโดยใช้เวลาเพียง ๘ เดือนจึงเสร็จ เปิดให้นักเรียนเข้าเรียนได้เรียบร้อย ต่อมาท่านก็ได้พัฒนาก่อสร้างสะพานข้ามคลองอีกหลายแห่ง งานของท่านก็ได้บรรลุถึงความสำเร็จเรียบร้อย ท ุกประการ โดยมีชาวบ้านและหลวงปู่เป็นผู้นำ จึงจัดได้ว่าท่านเป็นพระที่มีความเมตตาจิตอันสูงเป็นที่น่า เคารพบูชาเป็นอย่างยิ่ง
         จนกระทั่งปี พ.ศ. ๒๔๗๘ ท่านจึงได้รับการแต่งตั้งเป็นพระครูชั้นประทวน โดยส่งหมายและตราตั้ง มาไว้ที่เจ้าคณะจังหวัด ท่านก็ไม่ยอมเอาและก็ไม่ยอมบอกใคร ๆ อยู่เป็นเวลานาน ทางจังหวัดจึงได้มอบให้ ทางคณะอำเภอเอามามอบให้ท่านที่วัดเอง ท่านจึงได้รับเป็น พระครูทิม อิสริโก และได้รับเป็นพระครูสวด


พระชัยวัฒน์ชินบัญชร


เนื้อทองคำ ปี ๒๕๑๗(หลัง)


         อยู่จนมาถึงปี พ.ศ.๒๔๙๗ ทางคณะสงฆ์ได้แต่งตั้งหลวงปู่ทิมให้เป็น พระครูสัญญบัตร ท่านก็ไม่ยอมบอก ไม่ยินดียินร้ายกับใครเป็นเวลานาน ญาติโยมที่วัดก็ไม่ทราบเรื่องกัน จนทางเจ้าคณะอำเภอได้มีหนังสือส่งไปที่วัดจึงได้ทราบกัน โดยมีนายสาย แก้วสว่าง ไวยาวัจกวัด เป็นผู้นำข่าวไปบอกแก่ชาวบ้านและกรรมการวัดละหารไร่ทราบกัน แล้วจึงได้จัดขบวนแห่งมารับที่วัด เจ้าคณะจังหวัดได้นิมนต์หลวงปู่ทิมท่านมารับสัญญบัตรพัดยศเป็น พระครูภาวนาภิรัติ เมื่อวันที่ ๕ เดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๕๐๗ แล้วจึงได้จัดงานฉลองสมณศักดิ์กันขึ้นที่วัด โดยนายสาย แก้วสว่างเป็นผู้ขออนุญาต หลังจากนั้นก็ได้มีการขออนุญาตหลวงปู่สร้างเหรียญรุ่นแรกขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๐๘ เพื่อแจกเป็นที่ระลึกในงานทำบุญฉลองสมณศักดิ์ซึ่งเราจะนำรายละเอียดการสร้างพระเครื่องรุ่นแรกในคอลัมภ์ต่อไป


 ข้อมูลอ้างอิง : ประวัติ-วัตถุมงคล พระครูภาวนาภิรัต (หลวงปู่ทิ) จัดทำโดยนิตยสารสนามพระ
 โปรดติดตาม : วัตถุมงคลรุ่นต่าง ๆ ของหลวงปู่ทิม ในคอลัมภ์ต่อไป
 หมายเหตุ:หากท่านพบเจอจุดหนึ่งจุดใดของบทความนี้ผิดพลาดไป เราต้องกราบขออภัยด้วย และยินดีแก้ไขให้ถูกต้อง


เรียบเรียงโดย : โชกุน
เว็บมาสเตอร์พระเครื่องไทย
Cho@prakruangthai.com



ขอขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมเรา