พระคาถาชินบัญชร                  พระคาถาชินบัญชรนี้เป็นคาถาที่ศักดิEิทธิEิ่งนัก ตกทอดมาจากลังกา เจ้าประคุณสมเด็จฯ ค้นพบในคัมภีรEบราณได้ดัดแปลงแก้ไขแต่งเติมให้ดีขึ้นเป็นเอกลักษณEิเศษ ได้เนื้อถ้อยกระทงความสมบูรณE แปลออกมาแล้วมีแต่สิ่งสิริมงคลแก่ผู้สวดภาวนาทุกประการ


สมเด็จพระพุฒาจารยEต พรหมรังษี

                  การเริ่มต้นสวด ภาวนาให้หาวันดี คือ วันพฤหัสบดี เป็นวันเริ่มต้น โดยนำดอกไมEธูปเทียน ถวายบูชาคุณพระศรีรัตนตรัย และดวงพระวิญญาณอันศักดิEิทธิEองเจ้าพระคุณสมเด็จฯ ถ้าไปที่วัดระฆังได้ก็ยิ่งดี ถ้าไปไม่ได้ก็ให้ระลึกถึงท่านก็ใช้ไดE เมื่อบูชาพระรัตนตรัยและดวงวิญญาณเจ้าพระคุณสมเด็จฯ แล้ว จึงเริ่มสวดโดยอ่านตามบทให้ไดE1 จบ ก็เป็นอันเสร็จพิธีเริ่มต้น จากนั้นหมั่นท่องบ่อย Eจนจำได้แม่นยำ ยิ่งคล่องก็ยิ่งดี ก่อนนอนทุกคืนสวดเสีย 1 จบ ถ้าจะเดินทางไปต่างถิ่น ก่อนจะไปให้สวดภาวนาเสียหนึ่งจบ จะปลอดภัย เข้าตื่นนอนใช้ทำน้ำมนตE้างหน้าก็ไดEท่านว่าเป็นของมีค่านับประมาณค่ามิไดE เป็นสมบัติอันอมตะที่เจ้าพระคุณสมเด็จฯ ได้ทิ้งไว้ให้ลูกหลานใช้สวดภาวนา ป้องกันภัยนานา ประการ
                 เพื่อให้เกิดอานุภาพยิ่งขึ้น ก่อนเจริญภาวนชินบัญชร ตั้งนะโม 3 จบ แล้วระลึกถึงและบูชาเจ้าพระคุณสมเด็จ ฯ ว่า

" ปุตตะกาโมละเภปุตตัง ธะนะกาโมละ เภธะนัง "
" อัตถิกาเย กายะญายะ เทวานังปิยะตังสุตตะวา "

พระคาถาชินบัญชร คำแปล E ชะยาสะนากะตา พุทธา เชตะวา มารัง สะวาหะนัง จะตุสัจจาสะภัง ระสัง เย ปิวิงสุ นะราสะภา E พระพุทธเจ้าและพระนราสภาทั้งหลายผู้ประทับนั่งแล้วบนชัยบัลลังกE ทรงพิชิตพระยามาราธิราชผู้พรั่งพร้อมด้วยเสนาราชพาหนะแล้วเสวยอมตรส คืออริยะสัจจะธรรมทั้งสี่ประการ เป็นผู้นำสรรพสัตวEห้ข้ามพ้นจากกิเลสและกองทุกขE/font> E ตัณหังกะราทะโย พุทธา อัฏฐะวีสะติ นายะกา
     สัพเพ ปะติฏฐิตา มัยหัง มัตถะเก เตมุนิสสะรา

E มี ๒๘ พระองคEคือ พระผู้ทรงพระนามว่า ตัณหังกร เป็นอาทิพระพุทธเจ้าผู้จอมมุนีทั้งหมดนั้น

E สีเส ปะติฏฐิโต มัยหัง พุทโธ ธัมโม ทะวิโลจะเน   สังโฆ ปะติฏิโต  มัยหัง อุเร สัพพะคุณา กะโร

E ข้าพระพุทธเจ้าขออัญเชิญมาประดิษฐานเหนือเศียรเกล้า องคEมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประดิษฐานอยู่บนศีรษะ พระธรรมอยู่ที่ดวงตาทั้งสอง พระสงฆEู้เป็นอากรบ่อเกิดแห่งสรรพคุณอยู่ที่อก

E หะทะเย เม อุนุรุทโธ สารีปุตตโต จะ ทักขิเณ
   โกณฑัญโญ ปิฏฐิภาคัสมิง โมคคัลลาโน จะ  วามะเก

E พระอนุรุทธะอยู่ที่ใจ พระสารีบุตรอยู่เบื้องขวา พระโมคคัลลานEยู่ที่เบื้องซ้าย พระอัญญาโกณฑัญญะอยู่ที่เบื้องหลัง

E ทักขิเณ สะวะเณ มัยหัง อาสุง อานันทะราหุโล
     กัสสะโป จะ มะหานาโม อุภาสุง วามะ โสตะเก

E พระอานนทEับพระราหุลอยู่หูขวา พระกัสสะปะกับพระมหานามะอยู่หูซ้าย

E เกสันเต ปิฏฐิภาคัสมิง สุริโย วะ ปะภังกะโร
    นิสินโน สิริสัมปันโน โสภิโต มุนิปุงคะโว

E มุนีผู้ประเสริฐ คือ พระโสภิตะผู้สมบูรณE้วยสิริดังพระอาทิตยE่องแสงอยู่ที่ทุกเส้นขน ตลอดร่างทั้งข้างหน้าและข้างหลัง

E กุมาระกัสสะโป เถโร มะเหสี จิตตะวาทะโก
     โส มัยหัง วะทะเนนิจจัง ปะติฎฐาสิ คุณากะโร

E พระเถระกุมาระกัสสะปะผู้แสวงบุญทรงคุณอันวิเศษ มีวาทะอันวิจิตรไพเราะอยที่ปากเป็นประจำ

E ปุณโณ อังคุลิมาโล จะ อุปาลี นันทะสีวะลี
     เถรา ปัญจะ อิเม ชาตา นะลาเต ติละกา มะมะ

E พระปุณณะ พระอังคุลิมาล พระอุบาลี พระนันทะ และพระสีวะลี พระเถระทั้ง EนีE จงปรากฏเกิดเป็นกระแจะเจิมที่หน้าผาก

E เสสาสีติ มะหาเถรา วิชิตา ชินะสาวะกา
     เอเตสีติ มะหาเถรา ชิตะวันโต ชิโนระสา
     ชะลันตา สีละเตเชนะ อังคะมังเคสุ สัณฐิตา
E ส่วนพระอสีติมหาเถระที่เหลือ ผู้มีชัยและเป็นพระโอรสเป็นพระสาวกของพระพุทธเจ้าผู้ทรงชัย แต่ละองคE้วนรุ่งเรืองไพโรจนE้วยเดชแห่งศีลให้ดำรงอยู่ทั่วอวัยวะน้อยใหญE/font>

๑๐. ระตะนัง ปุระโต อาสิ ทักขิเณ เมตตะสุตะกัง
       ธะชัคคัง ปัจฉะโต อาสิ วาเม อังคุลิมาละกัง

๑๐. พระรัตนสูตรอยู่เบื้องหน้า พระเมตตาสูตรอยู่เบื้องขวา พระอังคุลิมาลปริตรอยู่เบื้องซ้าย พระธชัคคะสูตรอยู่เบื้องหลัง

๑๑. ขันธะโมระปะริตตัญ จะ อาฏานา ฏิยะสุตตะกัง  อากาเส ฉะทะนัง อาสิ เสสา ปาการะสัณฐิตา

๑๑. พระขันธปริตรพระโมรปริตร และพระอาฏานาฏิยสูตรเป็นเครื่องกางกั้นดุจหลังคาอยู่บนนภากาศ

๑๒. ชินา นานา วะระสังยุตตา สัตตัปปาการะลังกะตา
       วาตะปิตตา ทิสัญชาตา พาหิรัชฌัตตุ ปัททะวา

๑๒. อนึ่งพระชินพุทธเจ้าทั้งหลายนอกจากที่ได้กล่าวมาแล้วนีE ผู้ประกอบพร้อมด้วยกำลังนานาชนิดมีศิลาธิคุณอันมั่งคง คือ สัตตะปราการเป็นอาภรณEาตั้งล้อมเป็นกำแพงคุ้มครองเจ็ดชั้น

๑๓. อะเสสา วินะยัง ยันตุ อะนันตะชินะเตชะสา
       วะสะโต เม สะกิจเจนะ สะทา สัมพุทธะ ปัญชะเร

๑๓. ด้วยเดชานุภาพแห่งพระอนันตชินเจ้าไม่ว่าจะทำกิจการใดE เมื่อข้าพระพุทธเจ้าเข้าอาศัยอยู่ในพระบัญชรแวดวงกรงล้อมแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ขอโรคอุปัทวะทุกขEั้งภายนอกและภายในอันเกิดแต่โรคร้าย คือ โรคลมและโรคดีเป็นต้น เป็นสมุฏฐานจงกำจัดให้พินาศไปอย่าได้เหลือ

๑๔. ชินะปัญชะระมัชฌัมหิ วิหะรันตัง มะฮี** ตะเล
       สะทา ปาเลนตุ มัง สัพเพ เต มะหาปุริ สาสะภา

๑๔. ขอพระมหาบุรุษผู้ทรงพระคุณอันล้ำเลิศทั้งปวงนั้น จงอภิบาลข้าพระพุทธเจ้าผู้อยู่ในภาคพื้นท่ามกลางพระชินบัญชร ข้าพระพุทธเจ้าได้รับการคุ้มครองปกปักรักษาภายในเป็นอันดีฉะนี้แล

๑๕. อิจเจวะมันโต สุคุตโต สุรักโข
       ชินานุภาเวนะ ชิตูปัททะโว
       ธัมมานุภาเวนะ ชิตาริสังโฆ
       สังฆานุภาเวนะ ชิตันตะราโย
       สัทธัมมานุภาวะปาลิโต จะรามิ ชินะ ปัญชะเรติ
๑๔. ข้าพระพุทธเจ้าได้รับการอภิบาลด้วยคุณานุภาพแห่งสัทธรรม จึงชนะเสียได้ซึ่งอุปัทวอันตรายใดE ด้วยอานุภาพแห่งพระชินพุทธเจ้าชนะข้าศึกศัตรูด้วยอานุภาพแห่งพระธรรม ชนะอันตรายทั้งปวงด้วยอานุภาพแห่งพระสงฆE ขอข้าพระพุทธเจ้าจงได้ปฏิบัติและรักษาดำเนินไปโดยสวัสดีเป็นนิจนิรันดรเทอญฯ

** ฉบับดั้งเดิมเขียนไว้ว่า มะหีตะเล  แต่เวลาอ่านออกเสียงจะเป็น มะฮีตะเล